5 แข้งไม่เคยได้สัมผัสเหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก แม้เคยอยู่ทีมชุดแชมป์

ufa1688 ฤดูกาล 2019-20 นับเป็นซีซั่นแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง ซึ่งนอกจากจะเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ของสโมสรแล้วนั้น มันยังถือเป็นแชมป์ลีกหนแรกของพวกเขาในรอบ 30 ปีด้วย

    แน่นอนว่าตามธรรมเนียมแล้วนั้นนอกจากจะได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์แล้วบรรดานักเตะก็จะได้รับเหรียญรางวัลไปเป็นที่ระลึกเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต่างจากการได้สัมผัสถ้วยแชมป์ก็คือมันไม่ใช่ว่านักเตะทุกคนจะได้เหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก มีกฎว่าจะมอบเหรียญแชมป์อย่างเป็นทางการให้กับนักฟุตบอลที่ลงเล่นในลีกอย่างน้อย 5 นัดเท่านั้น
 
    ทั้งนี้ ในขุมกำลังชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล มีเพียงคนเดียวที่ซีซั่นนี้ได้ลงเล่นในลีกไปบ้าง แต่จะอดได้เหรียญรางวัลแน่นอน นั่นคือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ปีกดาวรุ่งที่พวกเขาได้มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน เพราะตอนนี้ เอลเลียตต์ ลงเล่นในลีกไปเพียง 2 นัดเท่านั้น และเรื่องนี้ก็เคยทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แสดงความไม่พอใจมาแล้ว เพราะเขามองว่านักเตะทุกคนควรจะได้เหรียญรางวัลไม่ว่าจะลงเล่นไปมากน้อยแค่ไหนก็ตาม

    ที่จริงต้องบอกว่า พรีเมียร์ลีก ผ่อนปรนเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว เพราะหลายฤดูกาลก่อนพวกเขาตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่าคนที่จะได้เหรียญรางวัลนั้นจำเป็นต้องลงเล่นในลีกอย่างน้อย 10 เกมเลย ก่อนจะลดเหลือ 5 นัดตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 เป็นต้นมา ซึ่งมันก็มีหลายคนที่สุดท้ายแล้วพวกเขาไม่เคยได้เหรียญแชมป์มาคล้องคอเลย แม้ว่าจะเคยอยู่ในทีมชุดที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อยู่บ้างก็ตาม โดยวันนี้เราจะมายกตัวอย่างสัก 5 คนกัน

    – โชเซ่ โบซิงวา (เชลซี)
    ในช่วง 4 ฤดูกาลที่เขาอยู่กับ เชลซี โบซิงวา ได้ลงเล่นให้ทีมอย่างต่อเนื่องถึง 3 ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซีซั่น 2008-09 ที่ลงเล่นในลีกไป 34 นัด, 2010-11 ที่ลงสนาม 20 นัดในลีก และ 2011-12 ที่ลงเล่นในลีกไป 27 เกม มีเพียงซีซั่น 2009-10 ที่เขาได้ลงเล่นในลีกแค่ 8 นัด

    ปัญหาก็คือฤดูกาล 2009-10 เป็นซีซั่นเดียวที่ เชลซี ในช่วงที่เขาเล่นให้สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ทำให้ถึงแม้เขาจะลงเล่นให้ เชลซี ในลีกไปรวมแล้ว 89 นัดตลอดช่วง 4 ฤดูกาล แต่เขาก็ไม่มีเหรียญแชมป์ลีกไปประดับตู้โชว์ของตัวเอง

    – อันเดร ครามาริช (เลสเตอร์)
    ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2015 ครามาริช ถึงขั้นปฏิเสธที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี แล้วเลือกมาซบ เลสเตอร์ ซิตี้ แทน ซึ่งตอนนั้นหลายคนแปลกใจที่เขาบอกปัด "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่เป็นทีมใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ให้เหตุผลว่าไม่อยากไปซบ เชลซี แล้วโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวต่อทันที หลังจากที่ได้ยินมาว่าเขาต้องโดนปล่อยให้ทีมในอังกฤษยืมไปใช้งานหากเลือกซบ เชลซี

    พอถึงฤดูกาล 2015-16 เลสเตอร์ ก็ทำให้หลายคนต้องช็อกเมื่อพวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมจนได้แชมป์ลีกไปครองแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง น่าเศร้าที่ ครามาริช ดีใจได้ไม่เต็มที่ เพราะซีซั่นนั้นเขาได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 2 นัด จากการที่ เจมี่ วาร์ดี้ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมสุดๆ และ 2 เกมที่ว่ายังเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นเท่านั้น เพราะในช่วงเดือนมกราคม ปี 2016 เขาโดนปล่อยให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะได้ซบทีมดังกล่าวแบบถาวรในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน

    ช่างเหมือนกับตลกร้ายที่เขาปฏิเสธ เชลซี เพราะไม่อยากเล่นให้ทีมอื่นแบบยืมตัว แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับประสบการณ์นั้นอยู่ดี แถมยังอดได้เหรียญแชมป์ลีกอีกต่างหาก

    – สกอตต์ พาร์เกอร์ (เชลซี)
    ในซีซั่นแรกของ พาร์เกอร์ กับ เชลซี หรือก็คือฤดูกาล 2003-04 เขาได้ลงเล่นในลีกไป 11 นัด พร้อมกับทำได้ 1 ประตู และถึงแม้ โชเซ่ มูรินโญ่ จะเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 พาร์เกอร์ ก็ยังได้รับโอกาสให้อยู่กับทีมต่อไป

    น่าเศร้าที่ตอนจบมันไม่ได้สวยหรูแบบสมบูรณ์แบบ พาร์เกอร์ ได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 4 นัดเท่านั้น ทำให้ท้ายที่สุดแล้วเขาต้องอดได้เหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาคล้องคอ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2005

    – เฟเดริโก้ มาเคด้า (แมนฯ ยูไนเต็ด)
    มาเคด้า คือหนึ่งในคนที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2008-09 หลังจากที่เขาลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 61 ในเกมที่เจอกับ แอสตัน วิลล่า และทำประตูชัยให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจนส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะไป 3-2 และอีกราว 1 สัปดาห์หลังจากนั้น มาเคด้า ก็ทำประตูชัยให้ทีมอีกครั้งในเกมลีกที่ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1

    สุดท้ายแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จบฤดูกาลด้วยการมีคะแนนมากกว่า ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นรองแชมป์ 4 แต้ม แต่มันก็เป็นเหมือนตลกร้ายที่ มาเคด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมได้แชมป์ลีก กลับไม่ได้เหรียญแชมป์ โดยยังไงซะในฤดูกาลนั้นเขาก็ไม่มีทางได้เหรียญแชมป์อยู่แล้ว เพราะต่อให้เขาได้ลงเล่นเกมลีกทุกนัดหากนับรวมเกมกับ วิลล่า เข้าไปด้วย เจ้าตัวก็จะได้ลงเล่นเต็มที่เพียง 9 นัดเท่านั้น

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ขอเหรียญแชมป์เป็นกรณีพิเศษให้กับ มาเคด้า และหลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ จนสุดท้ายเขาก็ย้ายไปอยู่กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในปี 2014 โดยที่ไม่ได้สัมผัสกับเหรียญแชมป์เลย

    – คาร์โล คูดิชินี่ (เชลซี)
    คูดิชินี่ เคยเป็นนายทวารขวัญใจแฟนบอล "สิงโตน้ำเงินคราม" เขาโชว์ฟอร์มเซฟสวยๆ ได้หลายหน จนช่วงหนึ่งเคยถูกยกย่องว่าเป็นนายทวารที่เชื่อใจได้มากที่สุดของ เชลซี ในรอบหลายปีก็ว่าได้ โดยเขายังเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ เชลซี ประจำฤดูกาล 2001-02 และ ได้รางวัลนายด่านยอดเยี่ยมประจำปี 2003 จาก ไอทีวี ด้วย

    น่าเสียดายที่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 เชลซี คว้าตัว ปีเตอร์ เช็ก มาร่วมทัพ และอดีตนายด่านชาวเช็กก็โชว์ฟอร์มได้เหนียวหนึบกว่า คูดิชินี่ จนแย่งตำแหน่งมือ 1 ไปได้แบบถาวร ทำให้ถึงแม้ว่าช่วงที่ คูดินิชินี่ อยู่กับ เชลซี นั้น ทีมดังแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06 แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาลงเล่นถึงหลัก 10 เกม โดยในซีซั่น 2004-05 เขาได้ลงเล่นในลีก 3 นัด ส่วนซีซั่นต่อมาได้เฝ้าเสาในลีกไปเพียง 4 เกม

    สุดท้ายแล้ว คูดิชินี่ ก็ย้ายออกจาก เชลซี ไปในช่วงเดือนมกราคม ปี 2009 พร้อมกับดีกรีการได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แชมป์ ลีก คัพ 2 หน และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2 ครั้ง

 

แอต.มาดริดว่าไง?เชลซียื่นเงินพร้อมแถมเกปาแลกซื้อโอบลัค

ufa1688 เดอะ มิร์เรอร์ สำนักข่าวของ England  ตีข่าวสิงห์บลูคิดที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ให้กับ แอต. มาดริด เพื่อขอซื้อ ยาน โอบลัค มาเฝ้าเสา หลังจากที่ผ่านมา เกปา ทำผลงานได้น่าเสียใจ

เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที  Premier League  เมืองผู้ดี กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอขอซื้อ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตู แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ด้วยการให้เงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านของทีมให้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    "สิงบลูเชลซี" ยอมทุ่มเงิน 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เพื่อดึง เกปา มาจาก แอธเลติก บิลเบา ในช่วงฤดูร้อน ปี 2018 จนทำให้ตัวเขาเป็นนายทวารที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก แต่ช่วงที่ผ่านมาเขากลับทำผลงานได้น่าเสียใจจนทำให้ขณะนี้ทีมต้องลุ้นเหนื่อยในการที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยการติดอยู่ใน 4 เริ่มต้นของตารางคะแนน เพื่อคว้าสิทธิ์ลุยศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

 สำหรับ โอบลัค นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือกาวที่เก่งที่สุดของโลกในยุคนี้ โดยที่ แอต. มาดริด ตั้งค่าฉีกสัญญาเอาไว้สูงถึง 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) และเขาก็ยังมีสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ด้วย ยังไงก็ตาม "ตราหมี" ก็อาจจะควรต้องหาเงินมาเข้าสโมสรเพื่อชดเชยในการที่ทีมได้รับผลกระทบด้านการเงินจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนกัน

    เป็นที่เชื่อว่าสิงห์บลูไม่ต้องการเสียเงินถึงหลัก 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ โอบลัค และพวกเขาก็หวังว่า เกปา จะช่วยลดจำนวนเงินที่พวกเขาต้องจ่ายได้เป็นจำนวนมาก โดยจนถึงขณะนี้สิงห์สำอางใช้เงินสำหรับการเสริมทัพเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้าไปแล้ว 83.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,348 ล้านบาท) ซึ่งแข้งที่พวกเขาได้มาร่วมทีมแน่นอนแล้วคือ ฮาคิม ซิเย็ค ปีกดีกรีทีมชาติโมร็อกโกกับ ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าชาวเยอรมัน

ย้อนรอย 6 การซื้อตัวสุดแสบ!!! สร้างชื่อ”สิงห์นักปาด”

การ ซื้อ–ขาย ผู้เล่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในธุรกิจโลกฟุตบอลยุคทุกวันนี้…เมื่อจบการแข่งขันในแต่ละฤดูกาลทีมต่างๆ ก็ย่อมจะมองเห็น ข้อดี–ข้อเสีย ของทีมในแต่ละตำแหน่งว่าควรเสริมเติมแต่งในจุดไหนที่จะนำทีมไปสู่เป้าหมายที่หวังไว้ได้…ยังไงก็ตามการเจรจาตกลงซื้อตัวนักเตะย่อมกินเวลาอย่างมากในการตกลงรายละเอียด และ นักเตะที่ผลงานโดดเด่นย่อมเป็นเป้าหมายของหลายสโมสร ช่วงเวลาในการเจรจาย่อมอาจมีการแทรกแซงจากทีมคู่แข่งได้ โดยบทความนี้ทีมงาน 168Kick จะยกเอา 6 การเซ็นสัญญาสุดแสบสันต์ของสิงห์สำอางที่ชิงตัวมาจากสโมสรคู่แข่งอย่างเจ็บใจ…

เปโดร เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วย บาร์ซ่า เถลิงแชมป์ไปหลายรายการ
เหยื่อรายแรก : เปโดร ย้ายจาก บาร์ซ่า ปาดหน้า ปีศาจแดง ระดับความแสบ จิ๊บๆ : เปโดร เป็นกำลังสำคัญของ บาร์ซ่า ฤดูกาล 2014/2015 ที่นำทีมคว้า เทรบเบิล แชมป์ ได้สำเร็จ ประกอบไปด้วยแชมป์ ลาลีกา สเปน, โกปา เดล เรย์ และ  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงแชมป์สุดท้ายอย่าง  UEFA  ซูเปอร์คัพ ที่เขาเป็นคนยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาช่วยทีมชนะไปด้วยสกอร์ 5-4

เปโดร กับแชมป์  UEFA  ซูเปอร์คัพ 2015 ซึ่งเป็นรายการสั่งลาของเขากับสโมสร และ เขาก็เป็นคนยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาให้กับ เจ้าบุญทุ่ม
ยังไงก็ตาม เปโดร นั้นต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนในถิ่น คัมป์ นู เนื่องจากต้องเป็นตัวเลือกรองของยอดสามประสานอย่าง เมสซี่, ซัวเรซ และ เนย์มาร์ ซึ่งเป็นทาง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของ ปีศาจแดง ที่แสดงความต้องการชัดเจนในการคว้าเขาไปร่วมทีมอย่างจริงจัง เพื่อมาแทนที่ของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ถูกขายไปให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ขนาดที่สโมสรส่งตัว เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานของทีมบินไปเจรจาดีลนี้ถึงประเทศสเปนที่การเจรจายืดเยื้อกินเวลากว่า 2 วัน…แต่ท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นสิงห์สำอางที่เปิด ปฏิบัติการล่าตัวเปโดร ด้วยฝีมือของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า ผู้อำนวยการของทีม โดยมี โชเซ่ มูรินโญ่ และ เชสก์ ฟาเบรกาส จัดการติดต่อตรงหา เปโดร พร้อมกับให้ ดานิเอลล่า ซีมาน แฟนสาวของ เชสก์ ไปกล่อม แคโรลิน่า มาร์ติน แฟนสาวของดาวเตะชาวสเปนอีกทางหนึ่ง และแล้วบทสรุปคือ เปโดร ย้ายไปร่วมทีม สิงบลูเชลซี ด้วยค่าตัวราว 21.4 ล้านปอนด์ (ตามเงื่อนไขเพิ่มเติม) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2015

ผลงานของ เปโดร ภายใต้สีเสื้อของ เชลซี

ฆวน มาต้า สมัยที่เริ่มโด่งดังเมื่อลงเล่นให้กับ บาเลนเซีย
เหยื่อรายที่ 2  : ฆวน มาต้า ย้ายจาก บาเลนเซีย ปาดหน้า ไอ้ปืนใหญ่ ระดับความแสบ เริ่มคันๆ : เหยื่อที่สิงห์บลูทำแสบคราวนี้คือ ไอ้ปืนใหญ่ คู่ปรับร่วมเมือง…ในปี 2011 ปืนใหญ่ ต้องการหาเพลย์เมคเกอร์มาแทนที่ของ เชสก์ ฟาเบรกาส และ ซามีร์ นาสรี่ ที่ลาทีมไป โดยเป้าหมายในการเสริมทัพของ อาร์เซน เวนเกอร์ คือ ฆวน มาต้า ดาวเตะวัย 23 ปีจาก บาเลนเซีย ที่เล่นได้ทั้งตัวริมเส้น และ ตรงกลางหลังกองหน้า ซึ่งข้อเสนอแรกราว 13 ล้านปอนด์ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

ดิค ลอว์ อดีตผู้บริหารของ ไอ้ปืนใหญ่ ที่ออกมาพูดเหตุผลเบื้องหลังที่ ไอ้ปืนใหญ่ พลาดการได้ตัว มาต้า
สามอาทิตย์ต่อมา ไอ้ปืนใหญ่ จึงทุ่มทุนเสนอเงินก็นโตราว 18 ล้านปอนด์ที่มากกว่า Stats สโมสรที่ซื้อ อังเดร อาชาวิน มาก่อนหน้านี้ แถมส่งตัว ดิค ลอว์ หนึ่งในผู้บริหารในตอนนั้นไปคุยกับพ่อของ มาต้า และ สามารถตกลงสัญญาส่วนตัวกับเพลย์เมคเกอร์ชาวสเปนได้แล้ว ซึ่งตัวนักเตะเองก็ยินดีที่จะย้ายมาเล่นให้ ปืนใหญ่…ยังไงก็ตามสิงห์บลูตัดสินใจยื่นข้อเสนอเกทับไปที่ราว 23.5 ล้านปอนด์ให้กับ บาเลนเซีย พิจารณา ซึ่งเป็นที่มั่นใจว่า ไอ้ค้างคาว ตัดสินใจปัดข้อเสนอของ ไอ้ปืนใหญ่ ทิ้งทันที และ เลือกขาย มาต้า ให้กับ สิงบลู…โดยภายหลัง ลอว์ ได้ออกมาเปิดบอกว่า ไอ้ปืนใหญ่ ไม่มีเงินมากพอที่จะสู้ราคานักเตะกับ เชลซี…แล้วเราก็ได้เห็นกันชัดเจนว่าเม็ดเงินที่ โรมัน อบราโมวิช ยอมจ่ายในตอนนั้นคุ้มค่าเพียงใด (จะว่าไงได้ทีมเค้ารวย) แถมขายต่อให้ แมนฯ ยู ด้วยค่าตัวที่กำไรอย่างงาม 37.5 ล้านปอนด์

รวมประตูสวยๆ ของ มาต้า ในสีเสื้อของ เชลซี

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าจับตามองในฐานะนักเตะดาวรุ่งในสีเสำนักข่าวของ เอฟซี บาเซิ่ล
เหยื่อรายที่สาม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ย้ายจาก เอฟซี บาเซิ่ล ปาดหน้า หงส์แดง ระดับความแสบ เริ่มหมั่นไส้ในความรวย : ในตอนนั้น ซาลาห์ ยังเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งที่เริ่มฉายแสงด้วยความเร็วที่น่าจับตามองของ เอฟซี บาเซิล ในลีกสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการทำไป 10 ประตู กับ 11 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2012/2013 แล้วเป็นทางด้าน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ หงส์แดง ที่เป็นรายแรกที่ติดต่อขอซื้อตัว ซาลาห์ มายังถิ่น แอนฟิลด์

โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นคนเริ่มแผนซื้อตัว ซาลาห์ มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์
ยังไงก็ตาม หงส์แดง เสียเวลาเจรจากับ เอฟซี บาเซิล อยู่ถึง 2 เดือนครึ่ง และ ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ โดยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือสิงห์บลูในขณะนั้น กำลังหาพาร์ทเนอร์ของ ฆวน มาต้า ที่เตรียมย้ายไปอยู่กับ ปีศาจแดง ด้วยการจัดการอย่างรวดเร็ว สิงบลูเชลซี ซื้อตัว ซาลาห์ มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเดือนมกราคมปี 2014 ที่ราคา 11 ล้านปอนด์ ซึ่งภายหลัง ซาซชา เอมปาเชอร์ เอเย่นต์ส่วนตัวของ ซาลาห์ เปิดกล่าวว่า หงส์แดงลิเวอร์พูล ไม่สามารถตกลงค่าตัวของ ซาลาห์ กับทาง เอฟซี บาเซิล ได้ด้วยข้อเสนอราว 10 ล้านปอนด์ ซึ่งเมื่อทางChelseaยื่นข้อเสนอเข้ามา ซาลาห์ ก็ไม่ลังเลที่จะตอบรับทันที แต่ไม่มีเหตุผลเรื่องเงินค่าจ้างเข้ามาเกี่ยวแต่อย่างใด…เป็นที่รู้กันดีว่า ซาลาห์ ไม่ประสบความสำเร็จในการย้ายครั้งนั้น แต่กลับมาโชว์ฟอร์มเปรี้ยงปร้างให้กับ หงส์แดง อยู่ในขณะนี้

ฟอร์มของ ซาลาห์ ภายใต้สีเสื้อของ เชลซี

ร็อบเบน สมัยยังเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองภายใต้สีเสื้อ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
เหยื่อรายที่สี่ : อาร์เยน ร็อบเบน ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ปาดหน้า แมนฯ ยู ระดับความแสบ แสบถึงทรวง : นี่คือหนึ่งในดีลที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสาวก Manchester United เยอะที่สุด…ร็อบเบน เป็นปีกดาวรุ่งที่สร้างชื่อขึ้นมาจนถูกจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป หลังเขาพาทีม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น คว้าแชมป์ เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ ในฤดูกาล 2002/2003 พร้อมรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแค่ฤดูกาลแรกเท่านั้น…ในปี 2004 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ ปีศาจแดง ไม่รอช้าที่จะส่งเทียบเชิญให้ ร็อบเบน เดินทางมาพบตัวเขาที่ประเทศเมืองผู้ดี

แฮร์รี่ ฟาน ไรจ์ ประธานสโมสร พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ที่ปฏิเสธการย้ายทีมของ ร็อบเบน ไปยัง ปีศาจแดง
ระหว่างนั้น เฟอร์กี้ พยายามกล่อม ร็อบเบน ด้วยการพาชมสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสโมสรเพื่อจูงใจให้ดาวเตะรายนี้ย้ายมาร่วมทีม ซึ่งเชื่อกันว่า ร็อบเบน ได้ให้คำมั่นว่าจะกลายร่างเป็น “ปีศาจแดงตัวใหม่” ในตอนนั้น บวกในการให้สัมภาษณ์จากพ่อของเขาว่า “โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นที่เดียวที่ ร็อบเบน อยากลงเล่น และ ถ้าเขาไม่ได้เล่นที่นั่นก็คงตัดสินใจอยู่กับ พีเอสวี ต่อไป…ด้วยความสัตย์จริงเขายอมเล่นให้กับทีมสำรองของ ยูไนเต็ด มากกว่าที่จะย้ายไป เชลซี…ลูกของผมไม่ย้ายไปสิงห์บลูข้ามศพผมไปก่อนเถอะ“

พ่อของ ร็อบเบน เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ลูกของเขาจะไม่ย้ายไป ราชันชุดขาว เพราะไม่ชอบ และอยากย้ายไป บาร์ซ่า มากกว่า”
ยังไงก็ตาม Manchester United ยื่นข้อเสนอให้กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เป็นค่าตัวของ ร็อบเบน แค่ 7 ล้านปอนด์เท่านั้น…ต่างกับสิงห์บลูที่มาทีหลังแต่ยื่นเงินก็นโตให้ถึง 12.1 ล้านปอนด์ แล้วเป็นที่รู้กันดีว่าปลายทางของ ร็อบเบน คือถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยภายหลัง แฮร์รี่ ฟาน ไรจ์ ประธานสโมสรของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ณ ตอนนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า “ข้อเสนอที่ ปีศาจแดง ยื่นเข้ามาเป็นเงิน 7 ล้านปอนด์นั้น คงพอซื้อแค่เสื้อพร้อมลายเซ็นต์ของ ร็อบเบน แค่นั้นแหละ” และ ทุกวันนี้พ่อของ ร็อบเบน ยังคงมีชีวิตอยู่ดี…

รวมผลงานของ ร็อบเบน ในสีเสื้อของ เชลซี

วิลเลี่ยน ภายใต้สีเสื้อของ อันชี่ มาคาชคาล่า ทีมหมาเศรษฐีแห่งลีกรัสเซีย
เหยื่อรายที่ห้า : วิลเลี่ยน ย้ายจาก อันชี่ มาคาชคาล่า ปาดหน้า สเปอร์ ระดับความแสบ มาเฟียชัดๆ : ในปี 2013 สเปอร์ เป็นหนึ่งทีมที่ต้องอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายเยอะที่สุดทีมหนึ่ง เนื่องจากการปล่อยตัว แกเร็ธ เบล ย้ายไป ราชันชุดขาว แลกกับเงินก็นโต พร้อมในการนำเข้า โรเบร์โต้ โซลดาโด้ และ เปาลินโญ่ เข้ามาเสริมความแกร่งของทีม และ ดีลสุดท้ายที่ปวดหัวที่สุด คือ วิลเลี่ยน ที่หวังซื้อตัวปีกชาวบราซิลจาก อันชี่ มาคาชคาล่า มาแทนตำแหน่งของ เบล ด้วยค่าตัว Stats สโมสรราว 30 ล้านปอนด์ในตอนนั้น

มูรินโญ่ คงอยากจะเตือนรุ่นน้องอย่าง โบอาส ว่า “ระวังหลังด้วยนะน้อง”
ทุกๆ สิ่งดูเหมือนจะราบรื่นเมื่อ วิลเลี่ยน บินมายัง ลอนดอน และ เข้าตรวจร่างกายกับ ไก่เดือยทอง แบบผ่านฉลุยไร้ปัญหา แถมตกลงค่าเหนื่อยก็นโตได้แล้วที่ 85,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์…จนกระทั้ง โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเจ้าของสโมสรสิงห์สำอางเริ่มเดินเกมด้วยการโทรสายตรงหาเพื่อนของเขาที่เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลในแดนหมีขาวอย่าง ซูเลย์มาน เคริมอฟ เจ้าของทีม อันชี่ มาคาชคาล่า พร้อมเสนอค่าตัวเทียบเท่ากับ ไก่เดือยทอง แต่บวกโบนัสอื่นๆ เพิ่มเติม หลังต่อไปก็ทำการติดต่อหา วิลเลี่ยน โดยตรงเพื่อเจรจาเรื่องสัญญาส่วนตัว…ท้ายที่สุดแล้วทราบกันดีว่า วิลเลี่ยน กลายเป็นขุนพลกำลังหลักให้กับChelseaนับตั้งแต่ตอนนั้น โดยที่ มูรินโญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สอน อังเดร วิลลา-โบอาส ผู้จัดการทีมของ ท็อตแนมฯ ในตอนนั้นว่า “โบอาส ได้จ่ายค่าชดเชยราคาแพงเป็นที่เสร็จแล้ว หลังจากที่เขาไม่ยอมปิดการตรวจร่างกายของนักเตะเป็นความลับ“

ไฮไลท์การเล่นของ วิลเลี่ยน ภายใต้สีเสื้อของ เชลซี

จอห์น โอบิ มิเกล ที่ลงเตะในสีเสื้อ ลิน ออสโล ไปแค่สิบกว่านัดเท่านั้น
เหยื่อรายที่หก : จอห์น โอบิ มิเกล ย้ายจาก ลิน ออสโล ปาดหน้า Manchester United ระดับความแสบ จำไม่ลืม : หนึ่งดีลที่แปลกประหลาดที่สุดในโลกฟุตบอล จอห์น โอบิ มิเกล แทบจะถูกจองตัวตั้งแต่อายุ 15 ปีจากสโมสร แมนฯ ยู โดยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้พยายามกล่อมห้องเครื่องแดนกลางรายนี้ให้ตัดสินใจเลือก ปีศาจแดง ในวัยเยาว์ด้วยเหตุผลว่า “แกจะกล้าปฏิเสธสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ยังไง?…คำตอบหน้าจะเป็น การตอบตกลง เท่านั้น”ื ซึ่งเมื่อเขาก้าวขึ้นเป็นดาวเตะของ ลิน ออสโล ด้วยการเล่นไปเพียงสิบกว่านัด…ก็มีการตกลงกันระหว่าง ปีศาจแดง ที่บรรลุข้อตกลงในการซื้อตัวเขาพร้อมกับจับเขาเซ็นสัญญา…และ เปิดตัวเขาในปี 2005

มิเกล นักเตะที่เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยู และสิงห์สำอางทับซ้อนกัน
ยังไงก็ตาม มิเกล เปิดบอกว่า เขาต้องการเล่นให้กับสิงห์บลูมากกว่าหลังจากได้พบกับ มูรินโญ่  2 ครั้ง ซึ่งทาง สิงบลู ดูแลครอบครัวเขาเป็นอย่างดี ไม่เคยทิ้งให้อยู่อย่างว้าเหว่แบบ ปีศาจแดง ที่ทดสอบฝีเท้าของเขาตั้งแต่เด็ก แล้วไม่มีการแจ้งผลใดๆ เลย…เชลซี พาตัวเขามาซ่อนไว้ในบ้านที่เมืองผู้ดี พร้อมดูแลอารักขาอย่างดีจนถึงวันเซ็นสัญญาเปิดตัว หลังจากเห็นเขาเปิดตัวกับ ปีศาจแดง ผ่านทางทีวี…โดยดีลปัญหานี้ เซอร์ เดฟ ริชาร์ดส ประธานของศึก  Premier League  เมืองผู้ดี เคยพยายามที่จะช่วยเคลียร์ความบาดหมางที่เกิดขึ้นอีกด้วย…ท้ายที่สุดChelseaถูกตัดสินให้จ่ายค่าชดเชยกับ Manchester United สูงถึง 12 ล้านปอนด์ และ จ่ายค่าตัวให้กับ ลิน ออสโล เป็นเงิน 4 ล้านปอนด์พร้อมกัน

ย้อนรอย 5 วันเดอร์คิดส์!!! ย้ายมาอนาคตดับกับ “ไก่เดือยทอง”

ม่มีอะไรจะน่าตื่นตาตื่นใจไปกว่าการเห็นเหล่าดาวรุ่งจากทีมเยาวชน ทะลุขึ้นมามีบทบาทกับทีมชุดใหญ่ท่ามกลางดาวเตะซูเปอร์สตาร์…ซึ่งเป็นเรื่องที่เหล่าสาวกหลายๆ ทีมต่างคาดหวังที่จะเห็นเช่นเดียวกับ “ยิด อาร์มี่” สาวกพันธุ์แท้ของ ไก่เดือยทอง…ตัวอย่างที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น แฮร์รี่ เคน สไตเกอร์เบอร์หนึ่งทีมชาติ England ที่เป็นนักฟุตบอลลูกหม้อของสโมสรทำให้ เคน กลายเป็นที่รักขงสาวกอย่างมาก ในทางกลับกันนอกจากนักเตะจะต้องมีฝีเท้าที่โดดเด่นแล้วนั้น กุนซือ ต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าที่จะใช้งานเหล่าลูกนกที่เพิ่งหัดบินในสมรภูมิที่ขับเคี่ยวกันอย่างร้อนแรงอย่างศึก  Premier League  เมืองผู้ดี อีกด้วย เหมือนกับที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กล้าหยิบยื่นโอกาสนั้นให้กับดาวรุ่งมากหน้าหลายตาตลอด 6 ปีในการคุมทัพ…ฟันธงว่ามีเกิดก็ต้องมีดับเป็นธรรมดา…ซึ่งบทความนี้จะนำเสนอรายชื่อ 5 ดาวรุ่งที่เลือกฝากอนาคตกับ ไก่เดือยทอง แต่ผลลัพธ์กลับไม่ลงเอยแบบที่พวกเขาฝันเอาไว้

โจนาธาน บลอนเดล (Jonathan Blondel)

ในเดือนมกราคมปี 2002 ปีศาจแดง หวังอย่างยิ่งที่จะเซ็นสัญญาซื้อตัวดาวรุ่งอนาคตไกลวัย 18 ปีจากสโมสร มุสครง ในลีกเบลเยี่ยม แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นได้แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ เท่านั้นเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง…หกเดือนต่อมา บลอนเดล ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม ไก่เดือยทอง ด้วยค่าตัวราว 2.5 ล้านปอนด์ถือว่าเป็นการลงทุนที่ราคาแพงพอสมควรในเวลานั้น…โดยทาง บลอนเดล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “มีสโมสรใหญ่อื่นๆ หลากหลายที่ให้ความสนใจในตัวผม และผมเชื่อว่าการย้ายทีมครั้งนั้นจะช่วยตัวผมพัฒนาได้มากขึ้น…ท็อตแนมฯ เป็นสโมสรใหญ่อย่างที่รู้กันแน่นอนซึ่งผมภูมิใจมากๆ ที่ได้ย้ายมาเล่นให้พวกเขา” ทางด้าน ไก่เดือยทอง ก็ตั้งความหวังกับ บลอนเดล เอาไว้สูงมาก…แต่ดาวเตะรายนี้ก็ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเฉิดฉายได้อย่างที่อยู่ใจไว้เนื่องมาจากรูปร่างที่เสียเปรียบด้วยความสูงแค่ 5 ฟุต 8 นิ้ว ทำให้เขาบอบบางเกินไปในการเล่นในศึก  Premier League  เมืองผู้ดี เป็นเหตุให้เขาได้ลงเล่นไปเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ก่อนถูกขายทิ้งให้กับ คลับ บรูช ในเดือนมกราคมปี 2004 ต่อต่อไปดาวเตะรายนี้ก็ค้าแข้งอยู่ในประเทศบ้านเกิดจนแขวนสตั๊ดในปี 2016 ที่ผ่านมาด้วย Stats การลงเล่นไปทั้งหมด 266 นัดเท่านั้น

เอ็มบูเลโล่ มาบิเซล่า (Mbulelo Mabizela)

มาบิเซล่า ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมปรี-ซีซั่นด้วยการช่วยให้ ออร์แลนโด้ ไพเรตส์ เอาชนะ สเปอร์ หลังต่อไปดาวรุ่งหนุ่มชาวแอฟริกาใต้ก็ถูกเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้า และเซ็นสัญญาในเดือนสิงหาคมปี 2003 ตามลำดับ…มาบิเซล่า ออกสตาร์ทกับทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่นัดที่หนึ่งที่ประเดิมสนามในเกมที่พบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่หลังต่อไปเขาก็ได้ลงสนามไปอีกเพียงแค่ 8 นัดเท่านั้น เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการขาดระเบียบวินัยตามข่าวลือที่รายงานมาว่า เขาพลาดการลงซ้อมของทีมบ่อยครั้ง นับจากวันที่เซ็นสัญญามาเกิน 1 ปีเล็กน้อย มาบิเซล่า และ ไก่เดือยทอง ตกลงยกเลิกสัญญาด้วยความเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย…แล้วเขาก็ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งด้วยการไปทดสอบฝีเท้ากับ ฟูแล่ม แต่ถูกปฏิเสธการเซ็นสัญญาเนื่องจากมีน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน…หลังต่อไปเขาก็ย้ายไปเล่นให้กับ วาเลเรนก้า ในประเทศนอร์เวย์หนึ่งฤดูกาล และได้เซ็นสัญญากลับมาเล่นในบ้านเกิดกับ มาเมโลดี้ ซันดาว์นส ในเดือนสิงหาคมปี 2006 แต่ในเดือนธันวาคมเขาก็ถูกลงโทษแบนเป็นเวลา 6 เดือนเพราะไม่ผ่านการตรวจหาสารเสพย์ติด…เส้นทางการค้าแข้งของกองหลังรายนี้วนเวียนอยู่ในลีกแอฟริกาใต้หลายต่อหลายสโมสร…โดยทาง ไมค์ มากาบ เอเย่นต์ส่วนตัวของ มาบิเซล่า เชื่อว่านักเตะในความดูแลของเขามีความสามารถที่ยอดเยี่ยม และสามารถเล่นให้กับทีมไหนก็ได้บนโลกใบนี้ถ้าไม่ติดปัญาหานอกสนามด้วยการให้สัมภาษณ์กับ Kick Off ว่า “เอ็มบูเลโล่ มาบิเซล่า เป็นดาวเตะที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เขาเคยเห็นด้วยตาของตนเองไม่ใช่แค่ในแถบแอฟริกาใต้เท่านั้น…ผมยังคงรักเขาเช่นเคย เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่เราได้เห็นศักยภาพฝีเท้าของเขาไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ…ทั้งๆ ที่เขามีความสามารถเพียงพอที่จะเล่นให้กับสโมสรใดก็ได้“

จอห์น บอสต็อค (๋John Bostock)

บอสต็อค เป็นดาวเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร คริสตัล พาเลซ ที่ได้ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี 287 วัน แล้วห้องเครื่องแดนกลางรายนี้ก็กลายเป็นที่จับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่เว้นแม้แต่ ไอ้ปืนใหญ่ และ เจ้าบุญทุ่ม แต่ท้ายที่สุดแล้วเป็น สเปอร์ ที่ได้ลายเซ็นต์ดาวเตะรายนี้ไปครอง โดยศาลยุติธรรมตัดสินให้ ไก่เดือยทอง ต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 700,000 ปอนด์ให้กับ ปราสาทเรือนแก้ว ซึ่งดีลปัญหานี้ทำให้เจ้าของสโมสรอย่าง ไซม่อน จอร์แดน กราดเกรี้ยวเป็นอย่างมากจนถึงขนาดยกเลิกสิทธิ์ตั๋วปี และการคืนเงินกับ บอสต็อค และพ่อบุญธรรมของเขาทั้งคู่ หลังต่อไปไม่นาน บอสต็อค ก็ได้ประเดิมสนามเป็นตัวสำรองให้กับ ท็อตแนมฯ ในเกม  UEFA  คัพ ที่พบกับ ดินาโม ซาเกร็บ และกลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 16 ปี 295 วัน…ยังไงก็ตามเขาได้ลงสนามไปอีกเพียงแค่ 3 เกมเท่านั้น ก่อนถูกปล่อยให้หลายสโมสรยืมตัว อาทิ เบรนท์ฟอร์ด, ฮัลล์ ซิตี้, เชฟฟิลด์ เว้นสเดย์, สวินดอน ทาวน์ และ โตรอนโต้ ในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และถูกปล่อยตัวออกจากสโมสรแบบฟรีๆ ในปี 2013…ต่อมา บอสต็อค หวังที่จะตั้งหลักอนาคตการค้าแข้งครั้งใหม่ที่ประเทศเบลเยี่ยม และก็ทำได้สำเร็จในการค้าแข้งกับ รอยัล อันทเวิร์ป และ โอเอช ลูเวิร์น แล้วถูกทีมในศึก ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส อย่าง ล็องส์ เซ็นสัญญาไปร่วมทีมในปี 2016 ถัดมาอีก 2 ฤดูกาลเขาได้ย้ายไปค้าแข้งในซูเปอร์ลีก ตุรกี กับสโมสร บูร์ซาสปอร์ แต่เพียงแค่ 6 เดือน ตูลูส ทีมในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศสก็ซื้อตัวเขาไปร่วมทีม…ทุกวันนี้ บอสต็อค ย้ายกลับมาเล่นในประเทศ England อีกครั้งเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสัญญายืมตัวระยะยาวกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

คาเมร่อน แลงแคสเตอร์ (Cameron Lancaster)

แลงแคสเตอร์ เป็นนักฟุตบอลเยาวชนรุ่นเดียวกันกับ แฮร์รี่ เคน ที่ก้าวไปเป็นกัปตันทีมชาติ England เป็นที่เสร็จสิ้นแล้ว…เขาย้ายมาร่วมทีม ไก่เดือยทอง ตั้งแต่ก่อนฤดูกาล 2010/2011 จะเริ่มต้นขึ้น และถูกส่งให้กับ ดาเกแน่ม แอนด์ เรดบริดจ์ ยืมตัวไปใช้งานจนจบฤดูกาลเพื่อเก็บประสบการณ์ในการลงเล่นเป็นตัวจริง หลังต่อไปกองหน้ารายนี้ก็กลับมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2012/2013 ด้วยการถูกส่งลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกม  Premier League   England  ที่พบกับ วีแกน แอธเลติก แทนที่ของ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ในช่วง 12 นาทีสุดท้ายของเกม….ในยุคการคุมทัพของ อังเดร วิลลาส–โบอาส กองหน้ารายนี้ได้รับการขยายสัญญาออกไปอีก 2 ปีพร้อมกัน แต่แล้วพัฒนาการฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากประสบปัญหาเดี้ยงบริเวณขาหนีบ แถมพอหายเจ็บกลับมาได้ไม่นานก็ต้องพักการลงสนามอีกยาวเนื่องจากเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดจนหมดสัญญาในท้ายที่สุด…ต่อมา แลงแคสเตอร์ เซ็นสัญญากับ สตีฟเนจ แต่ต้องประสบปัญหาเรื่องความฟิตไม่ถึงระดับ เพราะร้างลาจากการลงสนามไปอย่างยาวนานจึงย้ายไปร่วมทีม เซนต์ อัลบานส์ ก่อนลงเอยด้วยการย้ายไปเล่นในสหรัฐอเมริกากับสโมสร หลุยส์วิลล์ ซิตี้ ในศึก ยูเอสแอล แชมเปี้ยนชิพ…ทุกวันนี้ แลงแคสเตอร์ เป็นดาวเตะในสังกัดของ แนชวิลล์ เอสซี ในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ แต่ถูกปล่อยให้ย้ายกลับไปเล่นให้ หลุยส์วิลล์ ซิตี้ แบบยืมตัว

มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์ (Marcus Edwards)

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เอ็ดเวิร์ดส์ ถูกเชิดชูว่าเป็นดาวเตะดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสที่สุดในอะคาเดมี่ของ ไก่เดือยทอง นับตั้งแต่ยุคของ เลดลี่ย์ คิง เลยทีเดียว…เขาเป็นดาวเตะที่มีทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมจากการที่มีจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายที่ต่ำมากๆ ทำให้เขาสามารถลากบอลผ่านกองหลังได้อย่างง่ายดายเพื่อเข้าไปทำประตู หรือ สร้างโอกาสจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีม แล้วจากศักยภาพที่กล่าวมาทำให้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่ไม่ค่อยพูดอะไรเกินจริงถึงกับเอ่ยปากชมว่า “คุณภาพฝีเท้าของ เอ็ดเวิร์ดส์ น่ะเหรอ…แค่มองดูแปบเดียวก็รู้แล้ว ทั้งร่างกายของเขา และ แนวทางเล่น…มันทำให้ผมแอบนึกถึง เมสซี่ ในตอนเริ่มต้นค้าแข้งเลยล่ะ“…หลังจากถูกเอ่ยปากชมในปี 2016 ไม่นานนัก เอ็ดเวิร์ดส ก็ได้ลงประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่เป็นตัวสำรองในเกม ลีก คัพ ที่ทีมเอาชนะ จิลลิ่งแฮม ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก…แล้วนั่นก็เป็นเกมแรก และ เกมสุดท้ายของเขาในชุด ไก่เดือยทอง เนื่องมาจากประสบปัญหาอาการเดี้ยงที่พรากการพัฒนาฝีเท้าของเขาไป…ยังไงก็ตาม โปเช็ตติโน่ ได้เปิดบอกเพิ่มเติมในหนังสือ “Brave New World” ของเขาว่า “เอ็ดเวิร์ดส์ นั้นขาดความรับผิดชอบ และ มีปัญหาเรื่องพฤติกรรม” ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาเขาตัดสินใจย้ายไปเล่นในประเทศโปรตุเกส ซึ่งเขาได้ปฏิญาณกับตนเองว่าจะสร้างชื่อเสียงจากศักยภาพในเรื่องของฝีเท้าของเขาดังนี้ “ผมมั่นใจในตัวเองอย่างแน่นอนที่สุดว่าทัศนคติของผมนั้นดีขึ้นมากกว่าเดิมแล้วในขณะนี้…ผมรู้ดีว่าผมเป็นผู้เล่นที่ดี ผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรตามที่ผมต้องการได้…มันทำให้ผมมองเห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการอะไรจากโลกฟุตบอล ผมต้องการก้าวไปสู่ระดับสูงสุดของการค้าแข้งเท่าที่ผมสามารถก้าวไปถึงได้” ทุกวันนี้ เอ็ดเวิร์ดส เล่นให้กับ วิตอเรีย กิมาไรส์ ทำ Stats ได้อย่างน่าดึงดูดใจด้วยการทำไป 6 ประตู กับ 7 แอสซิสต์จากการลงเล่นทั้งหมด 27 นัด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้ปลุกชีพ “ปีศาจแดง”

ณ เวลานี้ กุนซือในศึก Premier League  เมืองผู้ดี หลายต่อหลายคนกำลังเจอกับความท้าทาย หลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ  Manchester City  และ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ ผู้จัดการทีม หงส์แดง ต่างพาทีมตัวเองทำผลงานโดเด่นขับเคี้ยวแข่งขันกันอยู่เพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้น 

โอเล่ กุนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง ก็เช่นกัน เขากำลังเจอความท้าทายอย่างหนักในการนำพลพรรค “ปีศาจแดง” กลับมาสู่เส้นทางความสำเร็จอีกครั้งหลังจากไม่เคยสัมผัสแชมป์ Premier League อีกเลยนั้บตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสก็อตแลนด์ ประกาศวางมือไปเมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่ แมนฯยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

ยังไงก็ตาม ในช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมา โซลชา และ แมนฯยูไนเต็ด เหมือนจะกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง โดยโค้ชชาวนอร์เวย์ พา “ปีศาจแดง” ทำผลงานสุดยอดในเกมลีก 6 นัดท้ายสุดด้วยการชนะถึง 4 และเสมอ 2 เกม
โซลชา เริ่มอธิบายถึงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ ปีศาจแดง ว่า “เมื่อผู้เล่นไปอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนในสนามมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วว่าจะทำอะไรต่อไป บางทีคุณอาจลองทำสิ่งที่คุณต้องการเพราะพื้นที่ในสนามนั้นวุ่นวายมาก และไม่สามารถคาดได้ ยิ่งคุณพยายามมากเท่าไหร่ และยิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไหร่ คุณก็จะทำประตูได้”

“ใน 2-3 นาทีแรกหลังจากที่คุณเอาบอลมาครองได้ คุณก็สามารถบุกไปข้างหน้าได้ทันที ถ้าคุณเสียบอลไปก็อย่ากังวลไป เมื่อคุณอยู่ใกล้คู่แข่งมาก คุณก็จะสามารถเอาบอลกลับมาได้ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นทัศนคติแบบนี้ พวกเขาจะคิดว่า ฉันจะลองแย่งบอลดู และถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ฉันจะมุ่งมั่นต่อไป และเอาบอลกลับมาให้ได้”

“ มันยอดเยี่ยมมากสำหรับผมที่ได้เห็นพวกเขาแสดงทัศนคติแบบนี้ออกมา เพราะเราเป็นทีมManchester United เราจำต้องใช้โอกาสเสี่ยงด้วยความกล้าหาญ และส่วนมากคุณจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในเรื่องความกล้าหาญเราต้องรักษามันเอาไว้ รวมถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และก้าวไปข้างหน้า”

กวาร์ดิโอล่า และ เยือร์เกิน คล็อพ ต่างก็ประสบความสำเร็จกับสไตล์ของตัวเอง และยึดถือแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งหาก โซลชา จะพา แมนฯยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จได้นั้น มันจะต้องเริ่มจากตัวเขาเองที่ค้นหาแนวทางว่าต้องสร้าง “ปีศาจแดง” ในรูปแบบใด

เมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 โซลชา เคยให้สัมภาษณ์ว่า วัฒนธรรมแห่ง Manchester United เป็นงานสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และทีมกำลังมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ต่อไป ผลลัพธ์ก็เริ่มชัดเจนขึ้น แม้บางเวลามันยากก็ตาม และเขาก็ต้องขอบคุณบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ที่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
โซลชา กล่าวต่อว่า “พวกเราต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และบอร์ดบริหารสโมสรก็ดีกับผม และลูกทีมมากๆ พวกเขาติดต่อกับพวกเราเสมอ พวกเขาได้เห็น และรู้ว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ และพวกเขาเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกเรากำลังทำ”

“เราได้รับอนุญาตให้ทำการตัดสินใจในสิ่งต่างๆโดยปราศจากข้อสังสัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พวกเขารู้ถึงความทะเยอทะยานของเรา สิ่งที่เราต้องการที่นี่ และสภาพแวดล้อมที่เราต้องการที่นี่ อาจจะเป็นรากฐานสำคัญในการทำผลงานให้ดีขึ้น”

เช่นเดียวกับ เยือร์เกิน คล็อพ และ กวาร์ดิโอล่า โซลชา ก็ต้องการให้ลูกทีมทำงานหนักอยู่เสมอ และยึดถือเรื่องทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน โดยระบุว่า “การมีทัศนคติที่ดีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คุณไม่สามารถเลือกที่จะไม่มอบ100 เปอร์เซ็นต์ให้กับทีมได้”

“คุณไม่สามารถเลือกที่จะคิดว่า โอ้ไม่ ผมจะไม่วิ่งตามลูกบอล คุณสามารถมีความคิดที่ถูกต้องก่อนเกมจะเริ่มซึ่งคิดว่า ผมจะเป็นผู้เล่น ปีศาจแดง ผมจะเสี่ยง ผมจะกล้าหาญผมต้องพยายามสร้างความไม่เหมือนกันให้กับทีม”

เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขของฤดูกาลนี้กับฤดูกาลที่แล้วจะเห็นวัฒนธรรมแห่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ โซลชา เคยกล่าวเอาไว้ โดยโค้ชวัย 47 ปี ระบุว่า “พวกเขาพยายามดันแนวรับให้สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าเรามีโอกาสเสียบอลในพื้นที่ตรงนั้น”

“แต่พวกเขาตื่นตัวมากขึ้น และเมื่อเสียบอลพวกเขาก็พร้อมจะรีบไปเอามันกลับมาให้เร็วที่สุด หลังต่อไปเราจะโจมตีทันที มันเป็นแนวทางที่ชัดเจนในเวลานี้ และคุณภาพในการโต้กลับของพวกเขามันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเล่นบอลในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง”
รูปแบบการเล่นที่ โซลชา ได้พูดถึงนั้น มันทำให้ Manchester United จะมีนักเตะ 6 คน ยืนอยู่หน้าแผงกองหลัง ซึ่งมันทำให้การป้องกันของพวกเขาดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยแผงแนวรับ 4 คน อย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ , แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ ลุค ชอว์ ต่างก็กำลังประสานงานกันได้อย่างลงตัว

แผงห้องเครื่องแดนกลางของ แมนฯยูไนเต็ด นับเป็นจุดที่แข็งแกร่ง บรูโน่ เฟอร์นันเดส มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังทำผลงานได้ดีอย่างเรื่อยๆ ปอล ป็อกบา ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ก็หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วน เนมานย่า มาติช ห้องเครื่องชาวเซอร์เบีย กลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดอีกครั้ง

ในแนวรุก แมนฯยูไนเต็ด ได้ปรากฏการณ์อย่าง เมสัน กรีนวู้ด เข้ามาเพิ่มมิติได้อย่างน่าตื่นเต้น โดยหัวหอกวัย 18 ปี เป็นดาวเตะอายุน้อยที่เป็นไปได้ด้วยพรสวรรค์, เล่นได้มากมายตำแหน่ง, ตะบันประตูได้ทั้งเท้าซ้าย-เท้าขวา และนิ่งเกินอายุ ซึ่งในฤดูกาลนี้ กรีนวู้ด ซัดไปแล้ว 16 ประตูรวมทุกรายการ

โซลชา กล่าวถึง กรีนวู้ด ว่า “ผมคิดว่า เมื่อคุณอายุเท่านี้ และคุณไม่กลัวอะไรเลย มันน่าเหลือเชื่อนะ เมสัน ออกไปและสนุกในการเล่นฟุตบอล และทำในสิ่งที่เขาอยากทำ เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กแล้ว เขาอยู่ในสโมสรแห่งนี้ตลอดชีวิตนักฟุตบอลของเขา”

“เขาได้รับการสอนกับเรา เขาเป็นเด็กดี เขาชอบลงมาล้วงบอล และขยันวิ่งไปหาช่องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญเมื่อคุณต้องการฉีกแนวรับคู่แข่ง และเหมือนในการเล่นของ อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด พวกเขามีทัศนคติที่ดี และมีความคิดเชิงบวก และสำหรับผมมันสำคัญมากในการเล่นฟุตบอล”

“ผมคิดว่า แนวรุก 3 คนของเราทำงานได้ดีมาก และในช่วงพักเบรกพวกเขาก็รักษาร่างกายได้เป็นอย่างดี พวกเขาเป็นผู้เล่นที่เป็นไปได้ด้วยวิธี และทักษะ แต่สิ่งแรกที่เรามักจะถามหา คือ ทัศนคติ และความถ่อมตนในการทำงานหนัก ซึ่งต้องมาก่อนเป็นเริ่มต้น”

“ทักษะ และคุณภาพทั้งหมดของพวกยอดเยี่ยมอยู่แล้วเมื่ออยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง พวกเขาสามารถสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง พวกเขาสามารถช่วยเพรสซิ่ง และเคลื่อนที่ตลอดเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้มีเพียงแต่ทักษะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

แรชฟอร์ด แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะยิงประตูไม่ได้ก็ตาม ในขณะที่ มาร์กซิยาล กำลังพยายามหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง และ โซลขา ก็คิดว่า ศูนย์หน้าเฟรนช์แมน เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โซลชา กล่าวว่า “ผมพอใจกับฟอร์มของ อองโตนี่ มาก คุณสามารถมองเห็นการทำงานหนักของเขามาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว สำหรับกองหน้าของเรามักจะถูกตั้งคำถาม และขณะนี้ เขาก็จัดการกับความท้าทาย และตอบคำถามทั้งหมดที่ถามเกี่ยวในการทำงานหนักไปแล้ว ขณะนี้ เขาเป็นจุดเริ่มต้นในการเพรสซิ่งของเรา และยิงประตูได้ด้วย”

“สำหรับ มาร์คัส ยังเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังพัฒนา พวกเขาทั้ง 3 คนเห็นว่า สามารถผ่านบอลให้ใครก็ได้ และพวกเขาก็ทำประตูได้ด้วย พวกเขามีร่างกายที่ดี พวกเขาสามารถวิ่งหาช่อง และสร้างโอกาสให้กับผู้อื่นได้ เรากำลังพยายามพัฒนาพวกเขาทั้งหมด แต่มันไม่ใช่เวลาแค่เพียงวันเดียว เพราะเราต้องสร้างนิสัยการเล่นให้กับพวกเขา”

โซลชา กำลังทำในสิ่งที่เขาเคยพูดมาตลอดในฐานะกุนซือ แมนฯยูไนเต็ด เขาไม่เข้มงวด หรือหย่อนยานเกินไป เขาให้น้ำหนักกับกระบวนการความคิด และวัฒนธรรมแห่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาต้องการแม้ว่าจะได้ผลลัพธ์ช้าไปก็ตาม

คำจำกัดความของความสำเร็จของ โซลชา นั้นแตกต่างจากคนอื่น และเขากระตือรือร้นที่จะเน้นย้ำถึงความสำเร็จของ แมนฯยูไนเต็ด โดยกล่าวว่า “แน่นอน เมื่อคุณได้รับผลลัพธ์ที่ดี และคุณได้เห็นความคืบหน้าในแบบที่เราเล่น คุณจะมีความสุข เราต้องทำแบบนี้ต่อไปเพื่อโอกาสที่จะบรรลุสิ่งที่เราต้องการในฤดูกาลนี้ เพราะเรายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยจนถึงขณะนี้”

“เรายังไม่ได้คว้าแชมป์รายการใดเลย แต่ความสำเร็จในอนาคตคือ การปรับปรุงทีม และพัฒนาต่อไปเพราะไม่ใช่ปลายทางที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ แต่จริงๆแล้วมันคือสิ่งที่เราทำ และด้วยผลลัพธ์ต่างๆ คุณไม่สามารถพูดได้ตลอดหรอกว่า ชีวิตนั้นมีความยุติธรรม”

 “เพราะมันไม่ใช่ทุกครั้งคุณจะได้ผลรับที่ดีจากการแข่งขันฟุตบอล แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราจะไปถึงปลายทางด้วยความหวังในฐานะทีม Manchester United ที่ประสบความสำเร็จ” โซลชา กล่าวปิดท้าย

โอลเซ่นเชื่อซิเย็คประสบความสำเร็จกับสิงห์

เยสเปอร์ โอลเซ่น อดีตปีกซ้ายของ อาแจ็กซ์ มั่นใจว่าด้วยฝีเท้าของ ฮาคิม ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับChelseaได้อย่างแน่นอน    "ผมคิดว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เขารู้จักสโมสรตั้งแต่ภายใน มันดีมากในแง่ของการบริหารและรูปแบบการเล่น มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาต้องการเกมรุกและเล่นฟุตบอลเชิงรุก นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย (สำหรับ ซิเย็ค)"  "กับนักเตะที่ย้ายออกจาก อาแจ็กซ์ พวกเขาเล่นในแนวทางนั้น แม้จะเป็นกองหลังหรือมิดฟิลด์ คุณมีแนวคิดเรื่องการเติมเกมรุก ไม่ต้องสงสัยเลย" แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู   "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับ เชลซี" โอลเซ่น กล่าวผ่าน สเตทส์ เพอร์ฟอร์ม นิวส์ แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู มั่นใจฝีเท้าของ ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับทีมได้แน่นอน

    แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู มั่นใจฝีเท้าของ ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับทีมได้แน่นอน

    "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับ เชลซี" โอลเซ่น กล่าวผ่าน สเตทส์ เพอร์ฟอร์ม นิวส์ แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู มั่นใจฝีเท้าของ ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับทีมได้แน่นอน

    "ผมคิดว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เขารู้จักสโมสรตั้งแต่ภายใน มันดีมากในแง่ของการบริหารและรูปแบบการเล่น มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาต้องการเกมรุกและเล่นฟุตบอลเชิงรุก นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย (สำหรับ ซิเย็ค)"

    "กับนักเตะที่ย้ายออกจาก อาแจ็กซ์ พวกเขาเล่นในแนวทางนั้น แม้จะเป็นกองหลังหรือมิดฟิลด์ คุณมีแนวคิดเรื่องการเติมเกมรุก ไม่ต้องสงสัยเลย" แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู มั่นใจฝีเท้าของ ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับทีมได้แน่นอน    "ผมคิดว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เขารู้จักสโมสรตั้งแต่ภายใน มันดีมากในแง่ของการบริหารและรูปแบบการเล่น มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาต้องการเกมรุกและเล่นฟุตบอลเชิงรุก นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย (สำหรับ ซิเย็ค)"   แข้งทีมชาติโมร็อกโกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ Season นี้หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมแชมป์เอเรดิวิซี่ แอสซิสต์ช่วยทีมไม่เคยต่ำกว่าปีละ 10 ครั้งตลอด 6 ซีซั่นที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทาง โอลเซ่น ที่เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยู มั่นใจฝีเท้าของ ซิเย็ค จะประสบความสำเร็จกับทีมได้แน่นอน

ยิงให้โลกรู้ “เรือใบ” คลั่งขยี้ชาลเกสกอร์รวม 10-2 ฉลุย 8 ทีมชปล.

การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอการเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น กันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น จะขาด โธมัส มุลเลอร์ และ โจชัว คิมมิช ที่ติดโทษการเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น แบน ส่วน คิงสลีย์ โกม็อง ฟิตพร้อมลุย เช่นเดียวกับ ดาวิด อลาบา คาดว่าจะส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ฮาเมส โรดริเกซ, ฟรองค์ ริเบรี และ แซร์จ กนาบรี คอยทำเกมส่งเสริมขณะที่ เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมหงส์แดง จะหมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซม อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน และ นาบี เกอิตา ที่ยังไม่ฟิตบริบูรณ์ แต่จะได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ พ้นโทษแบนกลับมาคุมแนวรับ หลังชวดบงสนามในเกมเลกแรก ส่วน เดยัน ลอฟเรน ที่กลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรองในเกมกับเบิร์นลีย์ต้องรอโอกาสที่ข้างสนาม ส่วนแนวรุกวาง 3 ประสานนำโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ ซาดิโอ มาเนเหลืออีก 2 ทีมเท่านั้นจะได้รู้กันว่ารอบควอเตอร์ไฟนอลของศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกจะมีทีมไหนบ้าง แต่ปัจจุบัน 6 ทีมแรก 3 ยักษ์จากพรีเมียร์ลีกกอดคอกันเข้ารอบมาแล้วเหลือแค่ "หงส์แดง" หงส์แดง ทีมเดียวการแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018/19 เดินทางใกล้จะจบรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว ตอนนี้ได้ 6 ทีมแรกผ่านการเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศโดยมีสามทีมจากเกาะอังกฤษตีตั๋วเผ่านาครบครันไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส เหลือเพียงแค่ หงส์แดง ที่จะวัดเลกสองกับ บาเยิร์น มิวนิก ในวันพรุ่งนี้รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามบาเยิร์น มิวนิก: มานูเอล นอยเออร์ (GK), ราฟินญา,นิคลาส ซูเล, มัตส์ ฮุมเมลส์, ดาวิดการเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น  อลาบา, มาร์ติเนซ, ติอาโก อัลคัลตารา, ฮาเมส โรดริเกซ, แซร์จ กนาบรี, ฟรองค์ ริเบรี, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้หงส์แดง: อลิสสัน เบคเกอร์ (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , โจเอล มาติป, การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น เฟอร์จิล ฟานไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น.การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น  อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น  โดยนัดแรกเสมการเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น อกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว การเคลื่อนไหวศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2018-19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ประจำวันพุธที่ 13 เดือนมีนาคม คู่เอก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จะเปิดสนามอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” หงส์แดง คิกออฟเวลา 03.00 น. โดยนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ รังเหย้าของหงส์แดง 0-0แชมป์โลกช็อก คลิปฉาวเจ้าสาวโผล่กลางงานแต่ง สั่งยกเลิกทันทีส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชเปิดปฏิกิริยา "แรชฟอร์ด" หลังมีข่าว "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น "แมนยูฯ" ใกล้คว้าตัว "ฟาน เดอ เบค"เกมนี้ นิโก โควัช เทรนเนอร์ของบาเยิร์น เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ, ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต เฟอร์มิโน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

สบายๆ!โปเช็ตติโน่ไม่เครียดแม้ไก่เดือยทองผลงานแย่

สบายๆ!โปเช็ตติโน่ไม่เครียดแม้ไก่เดือยทองผลงานแย่
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง ชิลล์ๆ แม้ทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติด โวตนผ่านมาแล้วกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด พร้อมชี้ที่ผ่านมาแค่โชคไม่เข้าข้าง "ไก่เดือยทอง"
               เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง สโมสรดังแห่งเวที  Premier League  เมืองผู้ดี ยืนยันว่า ตนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการคุมทัพ "ไก่เดือยทอง" มาแล้ว ต่อให้เวลานี้ทีมกำลังมีผลงานย่ำแย่ จากการเอาชนะใครไม่ได้เลยตลอด 3 เกมที่ผ่านมาก็ตาม 
 
 
              ท็อตแนมฯ เจอผลการแข่งขันที่น่าเสียใจตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์ จากการที่ทำได้แค่บุกไปเสมอ โอลิมเปียกอส 2-2 ในศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางอาทิตย์ที่แล้ว ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0 หลังต่อไปในเกมลีกก็ออกไปพลิกพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทั้งที่ทำสกอร์ขึ้นนำก่อน 1-0 และล่าสุดพลิกล็อกตกรอบสามในศึก คาราบาว คัพ ด้วยการแพ้ดวลจุดโทษต่อ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรระดับ ลีก ทู 3-4 (เสมอ 0-0 ใน 90 นาที) เมื่อคืนวันอังคารที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา 
 
             "ไม่ใช่เลย" กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 47 ปี ตอบแบบชัดๆ หลังถูกนักข่าวถามว่า นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในฐานะกุนซือ ไก่เดือยทอง แล้วหรือยัง? "ช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดสำหรับผมคือซีซั่นแรกของผมกับที่นี่ ส่วนซีซั่นหลังๆ ต่อไปก็มียากบ้างในบางช่วง ผมรู้สึกเฉยๆ มากขึ้นในการเจอช่วงเวลาที่ยากลำ

สบายๆ!โปเช็ตติโน่ไม่เครียดแม้ไก่เดือยทองผลงานแย่
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง ชิลล์ๆ แม้ทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติด โวตนผ่านมาแล้วกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด พร้อมชี้ที่ผ่านมาแค่โชคไม่เข้าข้าง "ไก่เดือยทอง"
               เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง สโมสรดังแห่งเวที  Premier League  เมืองผู้ดี ยืนยันว่า ตนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการคุมทัพ "ไก่เดือยทอง" มาแล้ว ต่อให้เวลานี้ทีมกำลังมีผลงานย่ำแย่ จากการเอาชนะใครไม่ได้เลยตลอด 3 เกมที่ผ่านมาก็ตาม 
 
 
              ท็อตแนมฯ เจอผลการแข่งขันที่น่าเสียใจตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์ จากการที่ทำได้แค่บุกไปเสมอ โอลิมเปียกอส 2-2 ในศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางอาทิตย์ที่แล้ว ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0 หลังต่อไปในเกมลีกก็ออกไปพลิกพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทั้งที่ทำสกอร์ขึ้นนำก่อน 1-0 และล่าสุดพลิกล็อกตกรอบสามในศึก คาราบาว คัพ ด้วยการแพ้ดวลจุดโทษต่อ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรระดับ ลีก ทู 3-4 (เสมอ 0-0 ใน 90 นาที) เมื่อคืนวันอังคารที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา 
 
             "ไม่ใช่เลย" กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 47 ปี ตอบแบบชัดๆ หลังถูกนักข่าวถามว่า นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในฐานะกุนซือ ไก่เดือยทอง แล้วหรือยัง? "ช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดสำหรับผมคือซีซั่นแรกของผมกับที่นี่ ส่วนซีซั่นหลังๆ ต่อไปก็มียากบ้างในบางช่วง ผมรู้สึกเฉยๆ มากขึ้นในการเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะการชนะแค่ครั้งเดียวมันก็ช่วยพลิกสถานการณ์ได้"
 
             "เราสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมกับ เลสเตอร์ ซึ่งถ้าเราได้ 3 คะแนน เราก็คงจะได้ขึ้นไปอยู่ที่สาม ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ เส้นที่ขวางอยู่ตรงกลางระหว่างความพ่ายแพ้กับชัยชนะ มันเป็นเส้นที่บางมากๆ บางทีคุณก็โชคร้าย และไม่ได้สิ่งที่คุณสมควรได้รับ" 

บาก เพราะการชนะแค่ครั้งเดียวมันก็ช่วยพลิกสถานการณ์ได้"

สบายๆ!โปเช็ตติโน่ไม่เครียดแม้ไก่เดือยทองผลงานแย่
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง ชิลล์ๆ แม้ทีมไม่ชนะใครมา 3 เกมติด โวตนผ่านมาแล้วกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด พร้อมชี้ที่ผ่านมาแค่โชคไม่เข้าข้าง "ไก่เดือยทอง"
               เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง สโมสรดังแห่งเวที  Premier League  เมืองผู้ดี ยืนยันว่า ตนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการคุมทัพ "ไก่เดือยทอง" มาแล้ว ต่อให้เวลานี้ทีมกำลังมีผลงานย่ำแย่ จากการเอาชนะใครไม่ได้เลยตลอด 3 เกมที่ผ่านมาก็ตาม 
 
 
              ท็อตแนมฯ เจอผลการแข่งขันที่น่าเสียใจตลอดช่วงหนึ่งอาทิตย์ จากการที่ทำได้แค่บุกไปเสมอ โอลิมเปียกอส 2-2 ในศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางอาทิตย์ที่แล้ว ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0 หลังต่อไปในเกมลีกก็ออกไปพลิกพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน ทั้งที่ทำสกอร์ขึ้นนำก่อน 1-0 และล่าสุดพลิกล็อกตกรอบสามในศึก คาราบาว คัพ ด้วยการแพ้ดวลจุดโทษต่อ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรระดับ ลีก ทู 3-4 (เสมอ 0-0 ใน 90 นาที) เมื่อคืนวันอังคารที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา 
 
             "ไม่ใช่เลย" กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 47 ปี ตอบแบบชัดๆ หลังถูกนักข่าวถามว่า นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในฐานะกุนซือ ไก่เดือยทอง แล้วหรือยัง? "ช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดสำหรับผมคือซีซั่นแรกของผมกับที่นี่ ส่วนซีซั่นหลังๆ ต่อไปก็มียากบ้างในบางช่วง ผมรู้สึกเฉยๆ มากขึ้นในการเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะการชนะแค่ครั้งเดียวมันก็ช่วยพลิกสถานการณ์ได้"
 
             "เราสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมกับ เลสเตอร์ ซึ่งถ้าเราได้ 3 คะแนน เราก็คงจะได้ขึ้นไปอยู่ที่สาม ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ เส้นที่ขวางอยู่ตรงกลางระหว่างความพ่ายแพ้กับชัยชนะ มันเป็นเส้นที่บางมากๆ บางทีคุณก็โชคร้าย และไม่ได้สิ่งที่คุณสมควรได้รับ" 
             "เราสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมกับ เลสเตอร์ ซึ่งถ้าเราได้ 3 คะแนน เราก็คงจะได้ขึ้นไปอยู่ที่สาม ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ เส้นที่ขวางอยู่ตรงกลางระหว่างความพ่ายแพ้กับชัยชนะ มันเป็นเส้นที่บางมากๆ บางทีคุณก็โชคร้าย และไม่ได้สิ่งที่คุณสมควรได้รับ" 

อดีตกองหลังบุรีรัมย์ย้ายซบทีมดังไชนีส ซุปเปอร์ลีก

หลังจาก “ปราสาทสายฟ้า” ปล่อยตัว โซลวี ออตเตเซน ปราการหลังวัย 33 ปี ออกไป เพื่อให้หลีกทางให้กับ อันเดรส ตูเญซ ที่กลับมาสู่ทีมในเลกที่ 2 ปัจจุบันเจ้าตัวได้ต้นสังกัดใหม่แล้ว

โดย โซลวี ออตเตเซน แนวรับชาวไอซ์แลนด์ ได้ย้ายเผ่านาสู่ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 6 เดือน เพื่อให้เผ่านาเติมเต็มในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟตอนต้นซีซั่น 2017 ที่ผ่านมา เพื่อให้แทนที่ อันเดรส ตูเญซ กองหลังสัญชาติเวเนซูเอล่า ที่ต้องกลับไปค้าแข้งที่สเปนชั่วคราว เพราะปัญหาทางครอบครัว ซึ่งภายหลังที่ ตูเญซ กลับคืนถิ่นไอโมบาย สเตเดี้ยม อีกรอบ ทำให้เขาต้องแยกทางกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Fair Play Sports Management ตัวแทนของ ออตเตเซน ได้โพสต์ข้อความ พร้อมภาพเจ้าตัวเซ็นสัญญาพร้อมยกเสื้อกับ กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ ต้นสังกัดใหม่ในศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีกของจีน แล้ว โดยเป็นสัญญาระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

สำหรับ โซลวี ออตเตเซน ลงสนามให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 12 นัด คลีนชีต 4 นัด และยิงได้ 1 ประตู

‘ฟีฟ่า ฟิฟโปร เวิลด์ อิเลเวน’ (FIFA FIFPro World11) หรีอทีมยอดเยี่ยมของโลก ซึ่งจัดโดยสหพันธ์บอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ร่วมกับสหพันธ์ผู้เล่นบอลอาชีพ(ฟิฟโปร) ในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อนักเตะทีมชาติไทย ได้สิทธิ์ร่วมโหวต 11 ผู้เล่นให้เข้าไปติดทีมยอดเยี่ยมตามตำแหน่งต่างๆเป็นนัดแรก ร่วมกับอีก 60 ชาติทั่วโลก

โดยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในตำแหน่งต่างๆจะยึดจากผู้เล่นที่ลงเล่นระหว่างวันที่ 20 พ.ย. 2016 – 2 กรกฎาคม2017 หรือสิ้นสุดรายการฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 และต้องลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการอย่างน้อย 15 แมตช์ซึ่งจะมีการประกาศผลในช่วงเดือนตุลาคม

สำหรับรางวัลทีมยอดเยี่ยมฟิฟโปร เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2005 โดยจะให้ผู้เล่นอาชีพทั้งโลกเลือกทีมยอดเยี่ยมแต่ละปี ประกอบด้วย 1 ผู้รักษาประตู 4 กองหลัง 3 กองกลาง 3 กองหน้า

แล้วนำมารวมกันเป็นคะแนนโหวตก่อนประกาศผล ก่อนที่ฟีฟ่าจะเผ่านาร่วมจัดด้วยในปี 2009 โดยยืนรูปแบบการโหวตเดิม เปลี่ยนเป็นการจัดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของโลกเพียงรายการเดียวที่คัดเลือกจากเสียงโหวตของผู้เล่นอาชีพ

ช็อกวงการฟุตบอล! “ป็อกบา” และ “เอ็นดอมเบเล่” ถูกตรวจพบติดเชื้อโควิด-19

ufa1688นับเป็นข่าวช็อกในวงการฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า ปอล ป็อกบา และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ 2 ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และต้องถูกแยกกักตัวจากทีมเป็นเวลา 14 วัน

โดย 2 ดาวเตะตราไก่ ถูก ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส เรียกตัวติดทีมชุดที่จะลงทำการแข่งขันฟุตบอล เนชั่นส์ ลีก ที่จะมี Program พบกับ สวีเดน และ โครเอเชีย ในช่วงระยะเดือนกันยายน นี้

ยังไงก็ตามทางทีมได้มีการตรวจหาเชื้อดังกล่าวซึ่ง ปอล ป็อกบา ห้องเครื่องแดนกลาง แมนฯ ยู และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ มิดฟิลด์ สเปอร์ มีผลตรวจเป็นบวกทำให้จะถูกแยกตัวออกจากทีม และถูกถอดรายชื่อออกจากทีมชาติเรียบร้อย

สำหรับ แข้งวัย 27 ปี ถูกพบว่าไปรับประทานอาหารกับภรรยา และกลุ่มเพื่อนๆ ที่กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าตัวเขาน่าจะติดเชื้อไวรัสจากสถานที่ดังกล่าว ขณะที่ในรายของ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ยังไม่มีการรายงานถึงสาเหตุแต่อย่างใด