ปฏิบัติการตบปาก ผี ของ ลูกากู

เส้นทางชีวิตของ โรเมลู ลูกากู ในช่วง 3-4 ฤดูกาลล่าสุด ไม่ต่างอะไรกับ รถไฟเหาะตีลังกา

สไตเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยม เสียรังวัดไปเพียบ ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งให้ แมนฯ ยู เขาไม่ใช่แค่นักเตะที่โชว์ฟอร์มได้น่าเสียใจ แต่เขาเคยแย่ถึงขั้นถูกมองว่าเป็นตัวตลกเลยด้วยซ้ำ

ฉายา “พี่ตู้” หรือ “ตู้เย็น” ที่แซวรูปร่างที่บวมเหมือนซดเบียร์เข้าไป 10 ลัง เคยถูกเรียกกันอย่างกว้างขวางในตอนนั้น มิวายต้องพูดถึง ทักษะการจับบอลแรกที่กระโดกกระเดก โดนด่าเช้าด่าเย็น

มันคือช่วงชีวิตที่ตกต่ำที่สุดของ ลูกากู มันหนักยิ่งกว่าตอนที่เขาโดนดองยาวที่สิงห์บลูช่วงพยายามแจ้งเกิดใหม่ๆ เสียอีก

ในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีใครคาดหวังอะไรมาก อยู่ดีๆ หัวหอกร่างยักษ์ก็มาได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับ อินเตอร์ มิลาน ฤดูกาลนี้

อันโตนิโอ คอนเต้ คือคนที่ยังมองเห็นอะไรบางอย่าง เขายังเชื่อในศักยภาพของสไตเกอร์รายนี้อยู่เสมอ และภาพการถล่มประตูทั้งสมัยอยู่ เอฟเวอร์ตัน และทีมชาติเบลเยี่ยม ก็ไม่เคยโกหกใคร

คอนเต้ เชื่อว่าถ้าได้รับการเปิดป้อนดีๆ ถ้าได้เล่นในระบบที่ถูกต้อง และสไตล์ที่ใช่! ลูกากู จะกลับมาเป็นสุดยอดสไตเกอร์คนเดิมได้อีกครั้ง

จากนักเตะที่เคยสูญเสียความมั่นใจแทบไม่เหลือ แต่แล้วอยู่ดีๆ ลูกากู ก็ค่อยๆ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนแปรสภาพกลายเป็นศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของ อินเตอร์

ความสำคัญของ ลูกากู อาจเหนือกว่าแข้งฮอตอย่าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ด้วยซ้ำในแง่อิทธิพลที่มีต่อการเล่นภายในทีม จนสุดท้ายแล้วทีมก็ปิดฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับ 2 มาครอง

ถามว่า ลูกากู ในวันนั้นจับบอลได้ดีกว่าเดิมขนาดนั้นหรือเปล่า ? มันก็ไม่ใช่ และถามว่าเขาผอมลงกว่าสมัยที่ค้าแข้งให้ ปีศาจแดง อยู่หรือเปล่า ? มันก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน

โดยรวมๆ ภายนอกแล้ว ลูกากู ยังเป็น “พี่ตู้” คนเดิม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาไม่ได้ถูกสั่งให้ไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอย่างปีกขวา หรือต้องถอยมาล้วงบอลสร้างสรรค์เกมด้วยตัวเองอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

หน้าที่ของ ลูกากู คือจบสกอร์ นั่นคืออาวุธร้ายของเขา และมันก็คือสิ่งที่ คอนเต้ สั่งให้เขาทำที่ทัพ “งูใหญ่” โดยมีตัวสนับสนุนชั้นดีรายล้อมอยู่

มันก็น่าเสียดาย เพราะถ้าหากเป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในชุดทุกวันนี้นี้ที่มี บรูโน่ และ ป๊อกบา ลงพร้อมๆ กัน บางที ลูกากู อาจจะเฉิดฉายออกมาก็เป็นได้ แต่นั่นมันคือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว

วันนี้ ลูกากู สวมเสื้อสีดำสลับน้ำเงิน ไม่มีใครมองเขาว่าเป็นตัวตลกอีกแล้ว เพราะเขาคือกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดคนหนึ่งของ 5 ลีกยุโรป เห็นได้จาก Stats ที่ซัดไป 31 ประตู รวมทุกรายการ

เป้าหมายสุดท้ายในช่วงที่เหลือ คือการพา อินเตอร์ ไปให้ถึงฝั่งฝันในศึก ยูโรป้า ลีก ที่พวกเขาทะลุเข้ามาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายแล้วเรียบร้อย

หากผ่าน ชัคตาร์ โดเนทต์ส ไปได้ และถ้าโชคชะตาเป็นใจมากพอในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์ มันก็มีโอกาสที่ ลูกากู จะได้ดวลฝีเท้ากับทีมเก่าของเขาอย่าง Manchester United ในกรณีที่ไม่โดน เซบีย่า สอยร่วงลงไปเสียก่อน

เหมือนกับนิยายที่เขียนบทมา และมันคงจะไม่มีอะไรที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว ในการที่จะเผชิญหน้ากับวันวานที่เคยเป็นฝันร้ายของตัวเอง
ufa1688

เราก็คงต้องมารอดูกันว่า โรเมลู ลูกากู จะปิดฉากซีซั่นของตัวเองลงได้สวยงามมากน้อยแค่ไหน และในฉากสุดท้ายที่ว่านี้ มันจะมีบ้านหลังเก่าของเขาอย่าง Manchester United อยู่ในนั้นด้วยหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *