5 แข้งไม่เคยได้สัมผัสเหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก แม้เคยอยู่ทีมชุดแชมป์

ufa1688 ฤดูกาล 2019-20 นับเป็นซีซั่นแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง หลังจากที่พวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง ซึ่งนอกจากจะเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ของสโมสรแล้วนั้น มันยังถือเป็นแชมป์ลีกหนแรกของพวกเขาในรอบ 30 ปีด้วย

    แน่นอนว่าตามธรรมเนียมแล้วนั้นนอกจากจะได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์แล้วบรรดานักเตะก็จะได้รับเหรียญรางวัลไปเป็นที่ระลึกเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต่างจากการได้สัมผัสถ้วยแชมป์ก็คือมันไม่ใช่ว่านักเตะทุกคนจะได้เหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก มีกฎว่าจะมอบเหรียญแชมป์อย่างเป็นทางการให้กับนักฟุตบอลที่ลงเล่นในลีกอย่างน้อย 5 นัดเท่านั้น
 
    ทั้งนี้ ในขุมกำลังชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล มีเพียงคนเดียวที่ซีซั่นนี้ได้ลงเล่นในลีกไปบ้าง แต่จะอดได้เหรียญรางวัลแน่นอน นั่นคือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ปีกดาวรุ่งที่พวกเขาได้มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน เพราะตอนนี้ เอลเลียตต์ ลงเล่นในลีกไปเพียง 2 นัดเท่านั้น และเรื่องนี้ก็เคยทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แสดงความไม่พอใจมาแล้ว เพราะเขามองว่านักเตะทุกคนควรจะได้เหรียญรางวัลไม่ว่าจะลงเล่นไปมากน้อยแค่ไหนก็ตาม

    ที่จริงต้องบอกว่า พรีเมียร์ลีก ผ่อนปรนเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว เพราะหลายฤดูกาลก่อนพวกเขาตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่าคนที่จะได้เหรียญรางวัลนั้นจำเป็นต้องลงเล่นในลีกอย่างน้อย 10 เกมเลย ก่อนจะลดเหลือ 5 นัดตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 เป็นต้นมา ซึ่งมันก็มีหลายคนที่สุดท้ายแล้วพวกเขาไม่เคยได้เหรียญแชมป์มาคล้องคอเลย แม้ว่าจะเคยอยู่ในทีมชุดที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อยู่บ้างก็ตาม โดยวันนี้เราจะมายกตัวอย่างสัก 5 คนกัน

    – โชเซ่ โบซิงวา (เชลซี)
    ในช่วง 4 ฤดูกาลที่เขาอยู่กับ เชลซี โบซิงวา ได้ลงเล่นให้ทีมอย่างต่อเนื่องถึง 3 ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซีซั่น 2008-09 ที่ลงเล่นในลีกไป 34 นัด, 2010-11 ที่ลงสนาม 20 นัดในลีก และ 2011-12 ที่ลงเล่นในลีกไป 27 เกม มีเพียงซีซั่น 2009-10 ที่เขาได้ลงเล่นในลีกแค่ 8 นัด

    ปัญหาก็คือฤดูกาล 2009-10 เป็นซีซั่นเดียวที่ เชลซี ในช่วงที่เขาเล่นให้สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ทำให้ถึงแม้เขาจะลงเล่นให้ เชลซี ในลีกไปรวมแล้ว 89 นัดตลอดช่วง 4 ฤดูกาล แต่เขาก็ไม่มีเหรียญแชมป์ลีกไปประดับตู้โชว์ของตัวเอง

    – อันเดร ครามาริช (เลสเตอร์)
    ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2015 ครามาริช ถึงขั้นปฏิเสธที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี แล้วเลือกมาซบ เลสเตอร์ ซิตี้ แทน ซึ่งตอนนั้นหลายคนแปลกใจที่เขาบอกปัด "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่เป็นทีมใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ให้เหตุผลว่าไม่อยากไปซบ เชลซี แล้วโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวต่อทันที หลังจากที่ได้ยินมาว่าเขาต้องโดนปล่อยให้ทีมในอังกฤษยืมไปใช้งานหากเลือกซบ เชลซี

    พอถึงฤดูกาล 2015-16 เลสเตอร์ ก็ทำให้หลายคนต้องช็อกเมื่อพวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมจนได้แชมป์ลีกไปครองแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง น่าเศร้าที่ ครามาริช ดีใจได้ไม่เต็มที่ เพราะซีซั่นนั้นเขาได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 2 นัด จากการที่ เจมี่ วาร์ดี้ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมสุดๆ และ 2 เกมที่ว่ายังเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นเท่านั้น เพราะในช่วงเดือนมกราคม ปี 2016 เขาโดนปล่อยให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะได้ซบทีมดังกล่าวแบบถาวรในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน

    ช่างเหมือนกับตลกร้ายที่เขาปฏิเสธ เชลซี เพราะไม่อยากเล่นให้ทีมอื่นแบบยืมตัว แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับประสบการณ์นั้นอยู่ดี แถมยังอดได้เหรียญแชมป์ลีกอีกต่างหาก

    – สกอตต์ พาร์เกอร์ (เชลซี)
    ในซีซั่นแรกของ พาร์เกอร์ กับ เชลซี หรือก็คือฤดูกาล 2003-04 เขาได้ลงเล่นในลีกไป 11 นัด พร้อมกับทำได้ 1 ประตู และถึงแม้ โชเซ่ มูรินโญ่ จะเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 พาร์เกอร์ ก็ยังได้รับโอกาสให้อยู่กับทีมต่อไป

    น่าเศร้าที่ตอนจบมันไม่ได้สวยหรูแบบสมบูรณ์แบบ พาร์เกอร์ ได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 4 นัดเท่านั้น ทำให้ท้ายที่สุดแล้วเขาต้องอดได้เหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาคล้องคอ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2005

    – เฟเดริโก้ มาเคด้า (แมนฯ ยูไนเต็ด)
    มาเคด้า คือหนึ่งในคนที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2008-09 หลังจากที่เขาลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 61 ในเกมที่เจอกับ แอสตัน วิลล่า และทำประตูชัยให้ทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจนส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะไป 3-2 และอีกราว 1 สัปดาห์หลังจากนั้น มาเคด้า ก็ทำประตูชัยให้ทีมอีกครั้งในเกมลีกที่ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1

    สุดท้ายแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จบฤดูกาลด้วยการมีคะแนนมากกว่า ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นรองแชมป์ 4 แต้ม แต่มันก็เป็นเหมือนตลกร้ายที่ มาเคด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมได้แชมป์ลีก กลับไม่ได้เหรียญแชมป์ โดยยังไงซะในฤดูกาลนั้นเขาก็ไม่มีทางได้เหรียญแชมป์อยู่แล้ว เพราะต่อให้เขาได้ลงเล่นเกมลีกทุกนัดหากนับรวมเกมกับ วิลล่า เข้าไปด้วย เจ้าตัวก็จะได้ลงเล่นเต็มที่เพียง 9 นัดเท่านั้น

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ขอเหรียญแชมป์เป็นกรณีพิเศษให้กับ มาเคด้า และหลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ จนสุดท้ายเขาก็ย้ายไปอยู่กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในปี 2014 โดยที่ไม่ได้สัมผัสกับเหรียญแชมป์เลย

    – คาร์โล คูดิชินี่ (เชลซี)
    คูดิชินี่ เคยเป็นนายทวารขวัญใจแฟนบอล "สิงโตน้ำเงินคราม" เขาโชว์ฟอร์มเซฟสวยๆ ได้หลายหน จนช่วงหนึ่งเคยถูกยกย่องว่าเป็นนายทวารที่เชื่อใจได้มากที่สุดของ เชลซี ในรอบหลายปีก็ว่าได้ โดยเขายังเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ เชลซี ประจำฤดูกาล 2001-02 และ ได้รางวัลนายด่านยอดเยี่ยมประจำปี 2003 จาก ไอทีวี ด้วย

    น่าเสียดายที่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2004 เชลซี คว้าตัว ปีเตอร์ เช็ก มาร่วมทัพ และอดีตนายด่านชาวเช็กก็โชว์ฟอร์มได้เหนียวหนึบกว่า คูดิชินี่ จนแย่งตำแหน่งมือ 1 ไปได้แบบถาวร ทำให้ถึงแม้ว่าช่วงที่ คูดินิชินี่ อยู่กับ เชลซี นั้น ทีมดังแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06 แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาลงเล่นถึงหลัก 10 เกม โดยในซีซั่น 2004-05 เขาได้ลงเล่นในลีก 3 นัด ส่วนซีซั่นต่อมาได้เฝ้าเสาในลีกไปเพียง 4 เกม

    สุดท้ายแล้ว คูดิชินี่ ก็ย้ายออกจาก เชลซี ไปในช่วงเดือนมกราคม ปี 2009 พร้อมกับดีกรีการได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แชมป์ ลีก คัพ 2 หน และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2 ครั้ง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *