โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้ปลุกชีพ “ปีศาจแดง”

ณ เวลานี้ กุนซือในศึก Premier League  เมืองผู้ดี หลายต่อหลายคนกำลังเจอกับความท้าทาย หลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ  Manchester City  และ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ ผู้จัดการทีม หงส์แดง ต่างพาทีมตัวเองทำผลงานโดเด่นขับเคี้ยวแข่งขันกันอยู่เพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้น 

โอเล่ กุนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง ก็เช่นกัน เขากำลังเจอความท้าทายอย่างหนักในการนำพลพรรค “ปีศาจแดง” กลับมาสู่เส้นทางความสำเร็จอีกครั้งหลังจากไม่เคยสัมผัสแชมป์ Premier League อีกเลยนั้บตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสก็อตแลนด์ ประกาศวางมือไปเมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่ แมนฯยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

ยังไงก็ตาม ในช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมา โซลชา และ แมนฯยูไนเต็ด เหมือนจะกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง โดยโค้ชชาวนอร์เวย์ พา “ปีศาจแดง” ทำผลงานสุดยอดในเกมลีก 6 นัดท้ายสุดด้วยการชนะถึง 4 และเสมอ 2 เกม
โซลชา เริ่มอธิบายถึงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ ปีศาจแดง ว่า “เมื่อผู้เล่นไปอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนในสนามมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วว่าจะทำอะไรต่อไป บางทีคุณอาจลองทำสิ่งที่คุณต้องการเพราะพื้นที่ในสนามนั้นวุ่นวายมาก และไม่สามารถคาดได้ ยิ่งคุณพยายามมากเท่าไหร่ และยิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไหร่ คุณก็จะทำประตูได้”

“ใน 2-3 นาทีแรกหลังจากที่คุณเอาบอลมาครองได้ คุณก็สามารถบุกไปข้างหน้าได้ทันที ถ้าคุณเสียบอลไปก็อย่ากังวลไป เมื่อคุณอยู่ใกล้คู่แข่งมาก คุณก็จะสามารถเอาบอลกลับมาได้ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นทัศนคติแบบนี้ พวกเขาจะคิดว่า ฉันจะลองแย่งบอลดู และถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ฉันจะมุ่งมั่นต่อไป และเอาบอลกลับมาให้ได้”

“ มันยอดเยี่ยมมากสำหรับผมที่ได้เห็นพวกเขาแสดงทัศนคติแบบนี้ออกมา เพราะเราเป็นทีมManchester United เราจำต้องใช้โอกาสเสี่ยงด้วยความกล้าหาญ และส่วนมากคุณจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในเรื่องความกล้าหาญเราต้องรักษามันเอาไว้ รวมถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และก้าวไปข้างหน้า”

กวาร์ดิโอล่า และ เยือร์เกิน คล็อพ ต่างก็ประสบความสำเร็จกับสไตล์ของตัวเอง และยึดถือแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งหาก โซลชา จะพา แมนฯยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จได้นั้น มันจะต้องเริ่มจากตัวเขาเองที่ค้นหาแนวทางว่าต้องสร้าง “ปีศาจแดง” ในรูปแบบใด

เมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 โซลชา เคยให้สัมภาษณ์ว่า วัฒนธรรมแห่ง Manchester United เป็นงานสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และทีมกำลังมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ต่อไป ผลลัพธ์ก็เริ่มชัดเจนขึ้น แม้บางเวลามันยากก็ตาม และเขาก็ต้องขอบคุณบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ที่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
โซลชา กล่าวต่อว่า “พวกเราต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และบอร์ดบริหารสโมสรก็ดีกับผม และลูกทีมมากๆ พวกเขาติดต่อกับพวกเราเสมอ พวกเขาได้เห็น และรู้ว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ และพวกเขาเชื่อมั่นในสิ่งที่พวกเรากำลังทำ”

“เราได้รับอนุญาตให้ทำการตัดสินใจในสิ่งต่างๆโดยปราศจากข้อสังสัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พวกเขารู้ถึงความทะเยอทะยานของเรา สิ่งที่เราต้องการที่นี่ และสภาพแวดล้อมที่เราต้องการที่นี่ อาจจะเป็นรากฐานสำคัญในการทำผลงานให้ดีขึ้น”

เช่นเดียวกับ เยือร์เกิน คล็อพ และ กวาร์ดิโอล่า โซลชา ก็ต้องการให้ลูกทีมทำงานหนักอยู่เสมอ และยึดถือเรื่องทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน โดยระบุว่า “การมีทัศนคติที่ดีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คุณไม่สามารถเลือกที่จะไม่มอบ100 เปอร์เซ็นต์ให้กับทีมได้”

“คุณไม่สามารถเลือกที่จะคิดว่า โอ้ไม่ ผมจะไม่วิ่งตามลูกบอล คุณสามารถมีความคิดที่ถูกต้องก่อนเกมจะเริ่มซึ่งคิดว่า ผมจะเป็นผู้เล่น ปีศาจแดง ผมจะเสี่ยง ผมจะกล้าหาญผมต้องพยายามสร้างความไม่เหมือนกันให้กับทีม”

เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขของฤดูกาลนี้กับฤดูกาลที่แล้วจะเห็นวัฒนธรรมแห่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ โซลชา เคยกล่าวเอาไว้ โดยโค้ชวัย 47 ปี ระบุว่า “พวกเขาพยายามดันแนวรับให้สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าเรามีโอกาสเสียบอลในพื้นที่ตรงนั้น”

“แต่พวกเขาตื่นตัวมากขึ้น และเมื่อเสียบอลพวกเขาก็พร้อมจะรีบไปเอามันกลับมาให้เร็วที่สุด หลังต่อไปเราจะโจมตีทันที มันเป็นแนวทางที่ชัดเจนในเวลานี้ และคุณภาพในการโต้กลับของพวกเขามันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเล่นบอลในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง”
รูปแบบการเล่นที่ โซลชา ได้พูดถึงนั้น มันทำให้ Manchester United จะมีนักเตะ 6 คน ยืนอยู่หน้าแผงกองหลัง ซึ่งมันทำให้การป้องกันของพวกเขาดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยแผงแนวรับ 4 คน อย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ , แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ ลุค ชอว์ ต่างก็กำลังประสานงานกันได้อย่างลงตัว

แผงห้องเครื่องแดนกลางของ แมนฯยูไนเต็ด นับเป็นจุดที่แข็งแกร่ง บรูโน่ เฟอร์นันเดส มิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังทำผลงานได้ดีอย่างเรื่อยๆ ปอล ป็อกบา ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ก็หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วน เนมานย่า มาติช ห้องเครื่องชาวเซอร์เบีย กลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดอีกครั้ง

ในแนวรุก แมนฯยูไนเต็ด ได้ปรากฏการณ์อย่าง เมสัน กรีนวู้ด เข้ามาเพิ่มมิติได้อย่างน่าตื่นเต้น โดยหัวหอกวัย 18 ปี เป็นดาวเตะอายุน้อยที่เป็นไปได้ด้วยพรสวรรค์, เล่นได้มากมายตำแหน่ง, ตะบันประตูได้ทั้งเท้าซ้าย-เท้าขวา และนิ่งเกินอายุ ซึ่งในฤดูกาลนี้ กรีนวู้ด ซัดไปแล้ว 16 ประตูรวมทุกรายการ

โซลชา กล่าวถึง กรีนวู้ด ว่า “ผมคิดว่า เมื่อคุณอายุเท่านี้ และคุณไม่กลัวอะไรเลย มันน่าเหลือเชื่อนะ เมสัน ออกไปและสนุกในการเล่นฟุตบอล และทำในสิ่งที่เขาอยากทำ เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กแล้ว เขาอยู่ในสโมสรแห่งนี้ตลอดชีวิตนักฟุตบอลของเขา”

“เขาได้รับการสอนกับเรา เขาเป็นเด็กดี เขาชอบลงมาล้วงบอล และขยันวิ่งไปหาช่องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญเมื่อคุณต้องการฉีกแนวรับคู่แข่ง และเหมือนในการเล่นของ อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด พวกเขามีทัศนคติที่ดี และมีความคิดเชิงบวก และสำหรับผมมันสำคัญมากในการเล่นฟุตบอล”

“ผมคิดว่า แนวรุก 3 คนของเราทำงานได้ดีมาก และในช่วงพักเบรกพวกเขาก็รักษาร่างกายได้เป็นอย่างดี พวกเขาเป็นผู้เล่นที่เป็นไปได้ด้วยวิธี และทักษะ แต่สิ่งแรกที่เรามักจะถามหา คือ ทัศนคติ และความถ่อมตนในการทำงานหนัก ซึ่งต้องมาก่อนเป็นเริ่มต้น”

“ทักษะ และคุณภาพทั้งหมดของพวกยอดเยี่ยมอยู่แล้วเมื่ออยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง พวกเขาสามารถสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเอง พวกเขาสามารถช่วยเพรสซิ่ง และเคลื่อนที่ตลอดเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้มีเพียงแต่ทักษะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

แรชฟอร์ด แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะยิงประตูไม่ได้ก็ตาม ในขณะที่ มาร์กซิยาล กำลังพยายามหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง และ โซลขา ก็คิดว่า ศูนย์หน้าเฟรนช์แมน เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โซลชา กล่าวว่า “ผมพอใจกับฟอร์มของ อองโตนี่ มาก คุณสามารถมองเห็นการทำงานหนักของเขามาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว สำหรับกองหน้าของเรามักจะถูกตั้งคำถาม และขณะนี้ เขาก็จัดการกับความท้าทาย และตอบคำถามทั้งหมดที่ถามเกี่ยวในการทำงานหนักไปแล้ว ขณะนี้ เขาเป็นจุดเริ่มต้นในการเพรสซิ่งของเรา และยิงประตูได้ด้วย”

“สำหรับ มาร์คัส ยังเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังพัฒนา พวกเขาทั้ง 3 คนเห็นว่า สามารถผ่านบอลให้ใครก็ได้ และพวกเขาก็ทำประตูได้ด้วย พวกเขามีร่างกายที่ดี พวกเขาสามารถวิ่งหาช่อง และสร้างโอกาสให้กับผู้อื่นได้ เรากำลังพยายามพัฒนาพวกเขาทั้งหมด แต่มันไม่ใช่เวลาแค่เพียงวันเดียว เพราะเราต้องสร้างนิสัยการเล่นให้กับพวกเขา”

โซลชา กำลังทำในสิ่งที่เขาเคยพูดมาตลอดในฐานะกุนซือ แมนฯยูไนเต็ด เขาไม่เข้มงวด หรือหย่อนยานเกินไป เขาให้น้ำหนักกับกระบวนการความคิด และวัฒนธรรมแห่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาต้องการแม้ว่าจะได้ผลลัพธ์ช้าไปก็ตาม

คำจำกัดความของความสำเร็จของ โซลชา นั้นแตกต่างจากคนอื่น และเขากระตือรือร้นที่จะเน้นย้ำถึงความสำเร็จของ แมนฯยูไนเต็ด โดยกล่าวว่า “แน่นอน เมื่อคุณได้รับผลลัพธ์ที่ดี และคุณได้เห็นความคืบหน้าในแบบที่เราเล่น คุณจะมีความสุข เราต้องทำแบบนี้ต่อไปเพื่อโอกาสที่จะบรรลุสิ่งที่เราต้องการในฤดูกาลนี้ เพราะเรายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยจนถึงขณะนี้”

“เรายังไม่ได้คว้าแชมป์รายการใดเลย แต่ความสำเร็จในอนาคตคือ การปรับปรุงทีม และพัฒนาต่อไปเพราะไม่ใช่ปลายทางที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ แต่จริงๆแล้วมันคือสิ่งที่เราทำ และด้วยผลลัพธ์ต่างๆ คุณไม่สามารถพูดได้ตลอดหรอกว่า ชีวิตนั้นมีความยุติธรรม”

 “เพราะมันไม่ใช่ทุกครั้งคุณจะได้ผลรับที่ดีจากการแข่งขันฟุตบอล แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราจะไปถึงปลายทางด้วยความหวังในฐานะทีม Manchester United ที่ประสบความสำเร็จ” โซลชา กล่าวปิดท้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *